หลงรัก“ชัยนาท” หลังไปสัมผัส“ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีชัยนาท"เพราะสิ่งเหล่านี้..

ได้ยินชื่อเสียงมาเนิ่นนานว่า “ชัยนาท” มีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 คือ “หลวงปู่ศุข” แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งมีเรื่องราวความสักสิทธิ์มากมายที่เล่าขานจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้แม้หลวงปู่ท่านจะละสังขารมาเป็นเวลานานเกือบ 100 ปีแล้ว แต่ผู้คนทั้งใกล้และไกลก็ยังหลังไหลเข้าไปกราบไว้สักการะกันไม่ขาดสาย ทำให้วัดปากคลองมะขามเฒ่ากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดและนอกจากวัดปากคลองมะขามเฒ่าแล้ว ชัยนาทยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่กระจายอยู่ทั่วทั้งจังหวัด ธรรมชาติริมแม่น้ำที่สวยงาม ตลอดจนสวนนกชัยนาท ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เพราะที่นี่ถือเป็นสวนนกที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชียเลยทีเดียว
​แต่การมาเยือนชัยนาทในช่วงเวลานี้ รูปแบบการท่องเที่ยวที่โดดเด่นและกำลังเป็นกระแสที่น่าสนใจคงหนีไม่พ้นการท่องเที่ยวแบบ “นวัตวิถี” ซึ่งทางสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท ได้ดำเนินโครงการ “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี” โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชนร่วมเสนอข้อคิดเห็นในการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่วชุมชน OTOP นวัตวิถีของชัยนาท ที่จะพานักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน ได้เรียนรู้ศิลปะ วัฒนธรรมของท้องถิ่น สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่ยังไม่ค่อยมีใครเห็นมาก่อน พร้อมได้ลองล้อมชิมรสของอาหารพื้นบ้านและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนที่หลากหลายด้วย
นายชุติยันต์ วัจนะรัตน์ รักษาการ พัฒนาการจังหวัดชัยนาท กล่าวผ่านการประชุมเตรียมความพร้อมก่อนการลงพื้นที่ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ว่าจากความร่วมมือของผู้นำแต่ละชุมชนที่เข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว จึงกล่าวได้ว่าจังหวัดชัยนาทถือว่ามีความพร้อมในการขับเคลื่อนโครงการนี้ได้เป็นอย่างดี
“การลงพื้นที่เชื่อมโยงเส้นทางในแต่ละชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิวิถีครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าชุมชนจะได้ประโยชน์หลายอย่าง สิ่งแรกเลยก็คือการที่ทำให้ผู้คนทั่วไปได้รู้จักความเป็นตัวตนของชุมชนนั้น ๆ ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน ชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน ตลอดจนผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แน่นอนว่าจะนำมาซึ่งการอยากมาเที่ยวหรือเยี่ยมเยือนต่อไปในอนาคต และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในชุนชนก็มีโอกาสจำหน่ายได้มากขึ้นตามมานั่นเอง”
​สำหรับเส้นทางชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของจังหวัดชัยนาท ได้แบ่งออกเป็น 3 เส้นทาง ได้แก่เส้นทางที่ 1 อำเภอสรรพยา-อำเภอสรรคบุรี เส้นทางที่ 2 อำเภอเนินขาม-อำเภอหนองมะโมง-อำเภอหันคา และเส้นทางที่ 3 อำเภอเมือง-อำเภอมโนรมย์-อำเภอวัดสิงห์ ในแต่ละเส้นทางจะได้สัมผัสวิถีชุมชนที่มีความน่าสนใจแตกต่างกันออกไป บางเส้นทางก็โดดเด่นเรื่องของประวัติศาสตร์ โบราณสถาน บางเส้นทางก็โดดเด่นเรื่องของวัฒนธรรมท้องถิ่น การแต่งกาย หรือบ้างเส้นทางก็โดดเด่นเรื่องของวัดวาอารามต่าง ๆ แต่ทุกเส้นทางมีเหมือนกันก็คือเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ เชื่อว่าหากใครได้มาสัมผัสก็จะตกหลุมรักชัยนาทอย่างแน่นอน
 “สรรพยา-สรรคบุรี”
มาชัยนาททั้งที ต้องห้ามพลาด
​“อำเภอสรรพยา-อำเภอสรรคบุรี” เป็น 2 อำเภอเล็ก ๆ ของชัยนาท แต่ทว่ามีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานมาก และด้วยความโดดเด่นของการอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาและมีคลองสาขาต่าง ๆ เชื่อมโยง ซึ่งเป็นวิถีชีวิตริมน้ำที่มีความน่าสนใจไปอีกแบบ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยธรรมชาติที่ยังสวยสดงดงาม ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีดั้งเดิม ตลอดจนอาหารการกินที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์ รวมทั้งของฝากที่หาได้ยากจากถิ่นอื่น หากได้มาสัมผัสแล้วจะตกหลุ่มรักชุมชนแห่งนี้อย่างแน่นอน
 ​หลังออกเดินทางจากในตัวเมืองในช่วงเช้า ก็แวะสักการะเจดีย์พระบรมธาตุ ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมอู่ทอง ที่มีความสวยงาม ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า อยู่ที่วัดวัดพระบรมธาตุวรวิหาร เป็น พระอารามหลวง ชั้นโท เป็นวัดเก่า สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ตั้งอยู่ที่บ้านท้ายเมือง ตำบลชัยนาท อำเภอเมือง และแวะซื้อผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่ออย่าง "ปลาร้าแม่ผาลำ"กันถึงโรงงาน ก็เดินทางมาที่ “บ้านโพนางดำ” ตำบลโพนางดำตก อำเภอสรรพยา
โรงงานปลาร้าแม่ผาลำ อ.สรรพยา โทร : 081-962-1933
​บ้านโพนางดำ เป็นชุมชนเล็ก ๆ อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา และด้วยมีน้ำท่าที่อุดมสมบูรณ์ทำให้ผู้คนยึดอาชีพเกษตรเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเมล่อน ซึ่งเป็นผลผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้รับความนิยมในเวลานี้ ชาวบ้านรวมกลุ่มกันปลูกอย่างจริงจัง พร้อมมีนวัตการการจัดการดูแลที่มีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นเมล่อนปลอดสารพิษด้วย ทำให้มีผลผลิตที่ออกสู่ตลาดและเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง แต่การได้มาลองลิ้มชิมผลผลิตกันสด ๆ ถึงในสวน ก็ได้อรรถรสไปอีกแบบ
บ้านโพนางดำ หมู่ 2 ต.โพนางดำตก โทร : 081-284-8143
​ที่นี่ยังมีตลาดเก่าแก่ พร้อมบ้านเรือนโบราณให้เยี่ยมชม แต่ถึงจะเก่าที่นี่ก็ยังเปิดจำหน่ายสินค้าอยู่เป็นปกติทุกวัน สินค้าที่มีจำหน่ายมาตั้งแต่สมัยโบราณและค่อนข้างมีชื่อเสียงก็คือ อุปกรณ์จับปลา ไม่ว่าเป็นแห อวน ตาข่ายขนาดต่าง ๆ มีให้เลือกซื้อหาจำนวนมาก มาที่นี่ไม่มีผิดหวังอย่างแน่นอน แต่เป็นไฮไลท์สำคัญของตลาดแห่งนี้ก็คือ “ขนมกุ้ยหลี” ซึ่งเป็นขนมแป้งโรงงาน มีใส้ถั่ว ไส้ทุเรียน รสชาติอร่อยมาก ซึ่งผลิตและจำหน่ายอยู่ที่นี่มา 3 รุ่นคนแล้ว ช่วยการันตีถึงความอร่อยได้เป็นอย่างดี
ขนมกุ้ยหลี ต.โพนางดำตก อ.สรรพยา โทร : 081-931-0854
 “บ้านท่าไทร” 
​ จากนั้นเดินทางมาที่ “บ้านท่าไทร” ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล คนละฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จึงต้องลัดเลาะข้ามสะพานมาอีกฝั่งหนึ่ง พอถึงที่นี่ ก็เป็นเวลาอาหารกลางวัน ชาวบ้านได้จัดสำรับไว้อย่างเสร็จสรรพ มีแต่เมนูอร่อย ๆ ทั้ง แกงกะทิสายบัวปูเค็ม ที่หาทานได้ยากมากแล้ว แกงปลาช่อนหน่อไม้ดอง ซึ่งเป็นปลาช่อนนาจริง ๆ ปลาช่อนผัดขึ้นฉ่าย เมนูนี้ก็อร่อยได้ใจเช่นกัน แต่ที่ถูกใจที่สุดเห็นที่เป็นปลาร้าสับผัดทรงเครื่อง อร่อยมาก ทำให้ผักสดใช้เคียงหมดอย่างรวดเร็ว ส่วนของหวานก็เป็นขนมหางหมู ซึ่งก็หาทานได้ยากแล้วในปัจจุบัน
 พออิ่มท้อง ก็มาท่องเที่ยวในชุมชน ยลผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานจากไม้ไผ่ ที่นี่มีความโดดเด่นมาก ซึ่งมีการย้อมสีของตอกที่นำมาสาน ทำให้ชิ้นงานที่ได้ออกมามีลวดลายต่าง ๆ เป็นเอกลักษณ์ แล้วก็เดินไปเรื่อนในชุมชนดูกิจกรรมอาชีพเกษตรของชาวบ้าน มีทั้งเพาะเห็ด ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ก่อนที่สุดบริเวณท่าน้ำที่เป็นจุดเช็คอิน ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ปกติเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของผู้คนในชุมชมอยู่แล้ว โดยเฉพาะช่วงเวลาเย็นที่แดดร่ม ลมแผ่ว ๆ ก็พากันมานั่งปล่อยอารมณ์ไปกับบรรยากาศ บ้างก็เพลิดเพลินกับการเล่นน้ำกันได้อย่างเต็มที่
บ้านท่าไทร ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา โทร : 084-149-7186 
 “บ้านบางกระเบื้อง” 
​เต็มอิ่มกับบรรยากาศริมน้ำที่บ้านท่าไทร ก็มุ่งหน้าต่อที่ “บ้านบางกระเบื้อง” ที่นี่มีความโดดเด่นหลายอย่าง สิ่งแรกที่เห็นคือ บรรยากาศแห่งท้องท่องที่เขียวขจี ชาวบ้านจึงจัดให้มีสะพานพาดผ่านกลางทุ่งนา ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่แปลกใหม่ที่ช่วยดึงดูดความสนใจของผู้คนทั่วไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
​ที่นี่มีพระอุโบสถ ซึ่งตั้งอยู่กลางสนามกอล์ฟ (แต่เดิมเป็นวันกรุณา) ภายในประดิฐสถานหลวงพ่อหินใหญ่ ที่มีความสักสิทธิ์ เป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้านในระแวกนี้มีตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายา ภายในก็ยังคงความสมบูรณ์ สวยงาม ไม่ผิดเพี้ยงไปจากเดิม
​และจุดที่เป็นแลนมาร์คสำคัญ คือ “เขื่อนเจ้าพระยา” ซึ่งเป็นเขือนทดน้ำขนาดใหญ่ เริ่มดำริสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และสร้างแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 9 นอกจากวิวทิวทัศน์บริเวณรอบ ๆ ที่มีความสวยงามแล้ว ยังมีจุดวางศิลาฤกษ์ ที่พระบาทสมเด็จพระปริมทรมหาภูมิพลอ ดุลยเดชฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงลงพระปรมาภิไธย ไว้ด้วย
​สิ้นสุดการเดินทางในชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ที่บ้านบ้างกระเบื้องด้วยอาหารท้องถิ่นเมนูปลา ทั้ง แกงส้มปลาชอน ปลาราดพริกโบราณ หกหมกแม่มณี น้ำพริกปลาช่อนย่าง มีขนมหวานเป็นขนมถ้วยโบราณต้นตะขบ อร่อยกับอาหารไปพร้อมการแสดงดลตรี ขับร้องของกลุ่มแม่บ้าน ก่อนที่แยกย้ายเข้าที่พัก
บ้านบางกะเบื้อง หมู่ 4 ต.บางหลวง อ.สรรพยา โทร : 081-412-9666
​“บ้านวัดพระแก้ว”
เช้าวันต่อมามุ่งหน้าไปที่ “บ้านวัดพระแก้ว” อยู่ที่หมู่ 10 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี นอกจากตลาดชุมชนที่ได้จัดทำขึ้นมาใหม่ มีอาหารและของฝากจากชุมชนมากมายแล้ว ยังมีวัดพระแก้ว ซึ่งประดิษฐานหลวงพ่อฉาย พระพุทธรูปศิลาแลงสีแดง อยู่ในวิหารหน้าพระเจดีย์ สันนิษฐานว่ามีอายุราว 800 ปีด้านหลังหลวงพ่อฉายมีทับหลัง ซึ่งแกะสลักติดกับองค์ ตั้งอยู่ชิดกำแพงวิหารมาก เป็นรูปช้างนอนหงายอยู่บนแท่นส่วนบนสุดเป็นรูปพระอินทร์หรือพระศิวะกำลังหลั่งน้ำมนต์
ด้านหลังมีเจดีย์แบบละโว้ทรงสูง เป็นเจดีย์ที่สมบูรณ์และงดงามที่สุดในประเทศไทย เป็นราชินีแห่งเจดีย์ทั้งมวลในเอเชียอาคเนย์ กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ แล้วด้วย
บ้านวัดพระแก้ว หมู่ 10 ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี โทร : 085-535-5944
“บ้านแพรกศรีราชา”
เยี่ยมชม ไหว้พระที่วัดพระแก้ว ก็เดินทางมาที่ “บ้านแพรกศรีราชา” มาถึงก็สักการะหลวงพ่อหมอ ที่วัดมหาธาตุที่สร้างขึ้นในสมัยพระยาลิไทแห่งกรุงสุโขทัย มีพระปรางค์กลีบมะเฟือง กรมศิลปากรได้บูรณเมื่อปี 2526 มีพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาสิ่งของโบราณ มีหลวงพ่อใหญ่ประดิษฐานอยู่ในวิหารเก้าห้องซึ่งไม่มีหลังคามีอายุ 700 กว่าปี พร้อมด้วยโบราณสถานให้ศึกษาเยี่ยมชมอย่างมากมาย
ทุกวันเสาร์อาทิตย์ ที่นี่ได้จัดเป็นตลาดย้อนยุค “เมืองสรรค์” มีชาวบ้านแตกชุดไทย ชุดนักรบโบราณ เพื่อสร้างสีสันให้บรรยากาศเช่น ภายในตลาด ซึ่งเป็นร้านทำจากไม้ไผ่ มุงหลางคาด้วยหญ้าแฝก ยิ่งดูเหมือนย้อนกลับไปในอดีต ส่วนสินค้าที่จำหน่ายส่วนใหญ่ก็เป็นของกิน ซึ่งมีทั้งปัจจุบันและโบราณ แต่ทั้งหมดล้วนที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน
บ้านแพรกศรีราชา หมู่ 8 ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี โทร : 061-345-1311

“บ้านดอนอรัญญิก” 
ปิดท้ายที่ “บ้านดอนอรัญญิก” ที่นี่เป็นชุมชนริมน้ำ ที่ได้มีการบริหารจัดการท่องเที่ยวไว้ได้อย่างน่าสนใจ มีแม่น้ำเจ้าพยาเป็นต้นทุนหลัก จึงได้ใช้จุดนี้เป็นสถานที่ตอนรับนักท่องเที่ยว พร้อมจัดทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้น่าสนใจ ทั้งตลาดเลียบแม่น้ำ ซึ่งเป็นจุดจำหน่ายอาหารและสินค้าชุมชน มีแพรย่ำน้ำ ที่ดึงดูดความสนใจให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปสัมผัส
แต่ที่เป็นไฮไลท์สำคัญของที่นี่ คือ การกราบไว้สิ่งสักสิทธิ์ในชุมชนเพื่อของพร พร้อมทั้งชมโบราณสถานที่เก่าแก ซึ่งเป็นศิลปะที่หาชมที่ไหนไม่ได้ เริ่มจากไหว้ “ศาลเจ้าปึงเถ่ากง” จากนั้นไปนมัสการหลวงพอหิน ชมพระอุโบสถโบราณ พร้อมภาพวาดฝาผนังที่วัดโพธาราม ชมความสวยงามของพระอุโบสถไม้สัก ที่วัดอรัญญิกหรือวัดดอนอรัญญิก   โบราณสถานและวัดวาอารามในชุมชน ชมเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบินที่วัดโตนดหลาย และเจดีย์ที่เป็นอนุสรณ์สถาน สันนิษฐานว่าสร้างก่อนกรุงศรีอยุธยา ที่วัดสองพี่น้อง และของฝากที่สำคัญของที่นี่ ก็คือเครื่องหลอทองเหลือง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของผู้คนในชุมชน
 เชื่อว่าการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ สร้างความตื่นตาแปลกใจให้กับนักท่องเที่ยวไม่น้อย ทั้งยังเอื้อประโยชน์ให้ชุมชนโดยตรงในแง่ของการที่ชาวบ้านนำผลผลิตที่ได้จากการเพาะปลูกหรือจากธรรมชาติ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาร่วมจำหน่ายให้นักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจรากฐาน พร้อมทั้งมีการสร้างงานสร้างรายได้ ซึ่งก็ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งขึ้นอย่างแน่นอนทริปวันสาร์ 20-วันอาทิตย์

บ้านดอนอรัญญิก หมู่ 7 ต.แพรกศรีราชาอ.สรรคบุรี  โทร : 065-004-7452

ความคิดเห็น

ท่องเที่ยว