“โรงเรียนปลอดน้ำอัดลม” เมืองสิงห์บุรี ตัดต้นทางฟันผุ หยุดโรคอ้วนวัยเยาว์

สิงห์บุรี โชว์ “โรงเรียนปลอดน้ำอัดลม” ทั้งในและนอกโรงเรียน ปัจจัยสำคัญที่จัดการด้านสุขภาพของเด็ก โดยมีจุดเริ่มต้นจากในโรงเรียน ทั้งนี้เพื่อช่วยลดปัญหาฟันผุ โรคอ้วน และโรคร้ายที่จะตามมาในอนาคต
ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย ได้กล่าวถึงการที่ต้องมีโครงการโรงเรียนปลอดน้ำอัดลม เพื่อเข้ามาเป็นตัวช่วยในการช่วยลดปัญหาสุขภาพเด็กให้ลดน้อยลงว่า โรงเรียนปลอดน้ำอัดลม เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2551 โดยเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน เก็บข้อมูลแล้วพบว่า เด็กไทยได้รับความหวานจากการดื่มน้ำอัดลม เฉลี่ย 10 ช้อนชาต่อวัน โดยพบว่า เด็กไทยดื่มน้ำอัดลมเฉลี่ย 1 ส่วนต่อวัน หรือ 1 แก้วต่อวัน หรือ ประมาณ 250 ซีซี จากปริมาณดังกล่าวเมื่อคำนวณออกมาแล้วพบว่า มีปริมาณน้ำตาลที่คิดเป็นค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 10 ช้อนชา ขณะที่ควรบริโภคน้ำตาลอยู่ที่ปริมาณ 6 ช้อนชาต่อวัน โดยเป็นการบริโภคที่ได้น้ำตาลจากทุกแหล่ง
​ผลสำรวจที่ได้ ทำให้ทราบว่าแค่ดื่มน้ำอัดลมแก้วเดียว ก็ได้ปริมาณน้ำตาลมากเกินกว่าที่กำหนด และยังไม่นับรวมการได้น้ำตาลหรือความหวานจากการบริโภคอาหารส่วนอื่น ๆ อีกต่อวัน ซึ่งเป็นการได้รับน้ำตาลเกินกว่าพิกัดมากขึ้นไปอีก
​จากข้อมูลดังกล่าว จึงได้เกิดแนวคิด ควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล โดยเริ่มต้นที่น้ำอัดลมก่อน เนื่องจากเป็นเครื่องดื่มยอดนิยม ถ้าสามารถกำหนดให้เข้าถึงได้น้อย จะช่วยควบคุมการเข้าถึงปริมาณน้ำตาลที่เด็กบริโภคได้
​“ในฐานะที่หมอเป็นหมอฟัน พบว่า ภาวะกรดจากน้ำตาลจากสารคาร์บอเนตในน้ำอัดลมทำให้เด็กฟันผุ และเมื่อสำรวจจากโรงเรียนในขณะนั้น  พบว่า โรงเรียนขนาดเล็กในสังกัดของ สพฐ. ประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ขายน้ำอัดลมในโรงเรียนแล้ว จึงได้รณรงค์และผลักดันเพื่อให้เกิดเป็นนโยบาย จนในที่สุด สพฐ.ได้ประกาศให้ทุกโรงเรียนทั่วประเทศห้ามขายน้ำอัดลมในโรงเรียน พร้อมกับสั่งให้มีการควบคุมพวกขนมกรุบกรอบ ซึ่งไม่ดีตอสุขภาพด้วย”
​สำหรับจังหวัดสิงห์บุรี นับเป็นจังหวัดแนวหน้าและมีความเข้มข้นมากในเรื่องของการเป็นโรงเรียนปลอดน้ำอัดลม  โดยคุณครูในแต่ละโรงเรียนจะมีนวัตกรรมมาช่วยทำให้เด็กเกิดความเปลี่ยนแปลงด้านการบริโภค ที่นี่จึงเป็นจังหวัดแรกที่ที่ได้รับมอบป้ายโรงเรียนปลอดน้ำอัดลม และการได้รับป้ายนี้เป็นเหมือนการประกาศตัวว่า ปลอดน้ำอัดลมแล้ว จะมีน้ำอัดลมในโรงเรียนอีกไม่ได้ ซึ่งที่จังหวัดสิงห์บุรีได้ทำต่อเนื่องมาแล้วกว่า 10 ปี และทราบว่า นอกจากน้ำอัดลมในโรงเรียนแล้วได้ขายไปสู่เรื่อร้านเบเกอร์รี่ และ ร้านกาแฟอ่อนหวานด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก
​ด้าน นายกิตติชัย ศรีประเสริฐ ผู้อำนวยการ โรงเรียนวัดสังฆราชาวาส ต.บางมัญ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี หนึ่งในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนปลอดน้ำอัดลม และ โรงอาหารอ่อนหวาน กล่าวว่า เมื่อปี 2556 โรงเรียนได้รับการชักชวนจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ให้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ตนได้ตอบรับทันที เพราะเห็นว่ามีประโยชน์ต่อเด็กอย่างมาก เนื่องจากทางคุณหมอได้เข้ามาได้อธิบายและชี้ให้เห็นถึงปัญหาเรื่องสุขภาพฟันของเด็ก การที่เด็กไม่ดื่มน้ำอัดลมจะช่วยให้ปัญหาดังกล่าว และ ยังช่วยลดปัญหาโรคอ้วนด้วยทางโรงเรียนจึงไม่ให้ขายน้ำอัดลมในโรงเรียนอีกเลย พร้อมกับประสานความร่วมมือไปยังภาคส่วนของประชาชน พ่อค้าแม่ค้าที่มาขายของรายรอบโรงเรียนด้วย เพราะเกรงว่า ถ้าเด็กไม่ซื้อในโรงเรียนก็จะไปซื้อนอกโรงเรียน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือกับพ่อค้าแม่ค้ารอบโรงเรียนห้ามขายน้ำอัดลมเด็ดขาด ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จึงกล้าพูดได้ว่า โรงเรียนวัดสังฆราชาวาสแห่งนี้ เป็นโรงเรียนปลอดน้ำอัดมทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน
​“หากมีผู้ปกครองท่านไหน เอาน้ำอัดลมใส่กระบอกให้เด็กมาดื่มด้วย ผมจะให้เด็กเอากลับคืนไปไม่ให้ดื่มเลย พร้อมกับขอความร่วมมือกับผู้ปกครองด้วยว่าไม่ให้นำมาอีก และหากเป็นไปได้ขอให้ผู้ปกครองงดให้เด็กดื่มน้ำอัดลมที่บ้านด้วย ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือในระดับหนึ่งด้วย” ผอ.กิตติชัย กล่าว

ความคิดเห็น