สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “อาคารทันตพิทักษ์” และทอดพระเนตรภารกิจพิชิต 3 วายร้าย ต้นแบบยกระดับสุขภาพช่องปากนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน


วันที่ 18 เมษายน 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมอนามัย คณะผู้บริหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

ในการนี้ ทรงเปิดอาคารทันตพิทักษ์ เพื่อเป็นศูนย์บริการทันตกรรมสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล และทอดพระเนตรนิทรรศการ ภารกิจพิชิต 3 วายร้าย (ฟันผุ ขนมหวาน เหา) ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมอนามัย ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือโครงการโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนร่วมใจ เด็กไทยฟันดี เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพช่องปากของนักเรียนอย่างเป็นระบบ

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญกับสุขภาพช่องปากของเด็กวัยเรียน โดยเฉพาะนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเด็กกลุ่มนี้ยังพบปัญหาฟันผุ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ การสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาฟันผุ และพัฒนาทักษะนักเรียน ครู และผู้ปกครอง รวมถึงยกระดับบริการปฐมภูมิเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการทันตกรรมให้ครอบคลุม

ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนภารกิจด้านสาธารณสุขให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากร การสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และทันตกรรม และการยกระดับคุณภาพมาตรฐานบริการ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงบริการส่งเสริม ป้องกัน และรักษาได้อย่างมีคุณภาพ

 พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า กรมอนามัยได้สนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านทันตสาธารณสุข โดยในการเสด็จฯ ครั้งนี้ ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าฯ ถวายกล้องถ่ายภาพในช่องปาก จำนวน 140 ชุด เพื่อให้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนใช้เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านสุขภาพช่องปาก นอกจากนี้ ที่ผ่านมาได้สนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เช่น การกำจัดเหา การปรับปรุงคุณภาพน้ำดื่มน้ำใช้ รวมทั้งติดตั้งระบบน้ำ RO สำหรับเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อรองรับการให้บริการด้านทันตกรรมในอาคารทันตพิทักษ์ พร้อมทั้งติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

ทพ.ดำรง ธำรงเลาหะพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์สุขภาพช่องปากของเด็กอายุ 6–12 ปี ในพื้นที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนภาพรวมประเทศ พบว่า เด็กเข้าถึงบริการทันตกรรมเพียงร้อยละ 60 และมีฟันผุที่ไม่ได้รับการรักษาร้อยละ 16 อีกทั้งมีพฤติกรรมบริโภคขนมและเครื่องดื่มรสหวานสูงถึงร้อยละ 79.2 และพบว่ามีปัญหาโรคเหาร้อยละ 12 จึงได้มีการดำเนินงานภารกิจพิชิต 3 วายร้าย (ฟันผุ เหา ขนมหวาน) โดยให้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู จัดกิจกรรมต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ (มกราคม–มีนาคม 2569) ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ควบคู่กับการจัดสิ่งแวดล้อมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ มีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การฝึกทักษะแปรงฟันสูตร 2 2 2+1 การจัดสถานที่แปรงฟัน การควบคุมการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มรสหวานในสหกรณ์โรงเรียน การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนในการดูแลสุขภาพทั้งการแปรงฟัน การบริโภคขนมหวาน กำจัดเหา และการเยี่ยมบ้านเพื่อติดตามแก้ไขปัญหาสุขภาพเชิงรุก

ผลการดำเนินงานพบว่า นักเรียนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากเพิ่มขึ้นร้อยละ 68 มีพฤติกรรมแปรงฟันถูกต้องเพิ่มขึ้นร้อยละ 83 มีฟันสะอาดเพิ่มขึ้นร้อยละ 52 ลดพฤติกรรมบริโภคขนมและเครื่องดื่มหวานได้ถึงร้อยละ 95 การเข้าถึงบริการทันตกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 42 และอัตราการเกิดโรคเหาลดลงร้อยละ 65

ความสำเร็จของการพัฒนาอาคารทันตกรรม “อาคารทันตพิทักษ์” และการดำเนินงานภารกิจพิชิต 3 วายร้าย ถือเป็นก้าวสำคัญของต้นแบบของการส่งเสริมสุขภาพช่องปากแบบบูรณาการ ที่เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พร้อมทั้งสร้างระบบเฝ้าระวัง คัดกรอง และส่งต่อบริการสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถขยายผลสู่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อพัฒนาเด็กไทยให้มีสุขภาพดีและเติบโตอย่างมีคุณภาพ

 

ความคิดเห็น